โอกาสขยายธุรกิจกับ
Cross border e-commerce

39.99 ดอลลาร์/เดือน + ค่าธรรมเนียมการขายอื่นๆ

Fast Growing E-Commerce

ตลาดอีคอมเมิร์ซยังคงมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2018 ตลาดอีคอมเมิร์ซทั่วโลกมีอัตราการเติบโตถึง 23%1 ในขณะที่ตลาดค้าปลีกโลกเติบโตขึ้นเพียง 6%2 กล่าวได้ว่าตลาดอีอีคอมเมิร์ซมีอัตราการเติบโตถึง 4 เท่าของตลาดการค้าปลีกทั้งหมด

Cross Border E-Commerce

ในยุคโลกไร้พรมแดน Cross Border E-Commerce หรืออีคอมเมิร์ซระหว่างประเทศ ถือเป็นช่องทางธุรกิจออนไลน์ที่กำลังมาแรงในพ.ศ.นี้ หากย้อนกลับไป 5 ปีก่อนในช่วงที่ตลาด E-Commerce เพิ่งถือกำเนิดขึ้น สินค้าต่างๆที่ขายผ่านมาร็เก็ตเพลสส่วนใหญ่ จะเป็นสินค้าที่ผลิตและถูกขายจากผู้ขายภายในประเทศ ตัวอย่างเช่น หากเราเป็นคนอเมริกาสั่งสินค้าจากมาร็เก็ตเพลสในอเมริกา สินค้านั้นก็ถูกจัดส่งมาจากผู้ขายในประเทศสหรัฐอเมริกา ในขณะที่ 2-3 ปีที่ผ่านมานี้วิวัฒนาการทั้งด้านระบบจัดส่งสินค้าก็ดี หรือระบบของมาร์เก็ตเพลสก็ดี ได้ทำให้โมเดลธุรกิจ E-Commerce ขยายใหญ่ขึ้นโดยผู้ขายจากแต่ละประเทศสามารถส่งสินค้าไปขายยังมาร์เก็ตเพลสในต่างประเทศหรือที่เราเรียกว่า Cross Border E-Commerce นั่นเอง
หากพิจารณาจากตัวเลขสัดส่วนยอดขายระหว่าง Domestic และ Cross Border E-Commerce จะเห็นได้ว่า
Cross Border E-Commerce มีสัดส่วนยอดขายเติบโตขึ้นจาก 15% ของมูลค่า E-Commerce ทั้งหมดในปี 2014 ขึ้นมาเป็น 27% มูลค่า E-Commerce ทั้งหมดในปี 2013

อยากเริ่มต้นบุกตรลาด Cross Border E-Commerce ไปที่ไหนก่อนดี?

ประเทศสหรัฐอเมริกา ตลาดใหญ่และเติบโตอย่างต่อเนื่อง
ปัจจุบันประเทศสหรัฐอเมริกามีมูลค่าตลาดอีคอมเมิร์ซค้าปลีกประมาณ 534,950 ล้านเหรียญสหรัฐ4 ในขณะที่ประเทศไทยมีมูลค่าตลาดอีคอมเมิร์ซค้าปลีกประมาณประมาณ 24,700 ล้านเหรียญสหรัฐ5 หมายความว่าขนาดตลาดประเทศอเมริกาใหญ่กว่าประเทศไทยถึงกว่า 20 เท่า นอกจากนี้ปัจจุบันสหรัฐอเมริกานับเป็นตลาดส่งออกสำคัญของไทย โดยรายงานการค้าส่งออกของกระทรวงพาณิชย์ ระหว่างเดือนมกราคม – เมษายน ปี 2562 ระบุว่า ประเทศไทยได้ส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐอเมริกาด้วยมูลค่าถึง 3.44 แสนล้านบาท นับเป็นตลาดส่งออกอันดับ 1 ของไทย ดังนั้นสหรัฐอเมริกาถือเป็นประเทศที่น่าสนใจในการขยายธุรกิจไป Cross Border E-Commerce
39.99 ดอลลาร์/เดือน + ค่าธรรมเนียมการขายอื่นๆ