วิธีเปลี่ยนยอดผู้เข้าชมสินค้าให้เป็นยอดขาย เริ่มต้นด้วยการสร้างหน้ารายละเอียดสินค้าที่มีคุณภาพ

ต้องการให้สินค้าของคุณน่าสนใจยิ่งขึ้นหรือไม่? ต้องการให้ลูกค้าเข้ามาชมหน้ารายละเอียดสินค้าหลังจากที่พบเห็นสินค้าของคุณบน Amazon หรือไม่? ต้องการสร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์และเพิ่มการรับรู้แบรนด์อย่างรวดเร็วหรือไม่?

เรามาทำความเข้าใจวิธีเปลี่ยนยอดผู้เข้าชมสินค้าให้กลายเป็นยอดขาย ที่เริ่มต้นด้วยการสร้างหน้ารายละเอียดสินค้าที่มีคุณภาพกัน!

ต่อไปนี้คือองค์ประกอบหลัก 4 อย่างที่ช่วยให้หน้ารายละเอียดสินค้าของคุณมีคุณภาพ ที่ได้แก่ ชื่อสินค้า, รูปภาพสินค้า, หัวข้อคำอธิบายหลักของสินค้า และคำอธิบายสินค้า

1. ชื่อสินค้า (Product Name)

ชื่อสินค้าเป็นสิ่งแรกที่ลูกค้ามองเห็นเมื่อเข้าสู่หน้ารายละเอียดสินค้าของคุณ โดยคำ (Keyword) ที่คุณใส่ในชื่อสินค้าจะกำหนดตำแหน่งที่สินค้าปรากฏในหน้าผลการค้นหาด้วย โดยชื่อสินค้าที่ระบุรายละเอียดอย่างแม่นยำและเกี่ยวข้องกับสินค้าจะช่วยเพิ่มการเข้าชมสินค้าของคุณได้มากที่สุด ด้านล่างนี้เป็นตัวอย่างของชื่อสินค้าที่จัดรูปแบบมาอย่างถูกต้องสำหรับสินค้าหมวดหมู่ต่างๆ

รูปแบบชื่อสินค้าหมวดเสื้อผ้า: [ยี่ห้อ] + [แผนกสินค้า เช่น ชาย] + [ขนาดและสี (สำหรับสินค้าที่มีรูปแบบต่างๆ)]
ตัวอย่างชื่อสินค้าหมวดเสื้อผ้า: Next Level Men’s Tri-Blend Crew Tee Large Blue
รูปแบบชื่อสินค้าหมวดเครื่องใช้ไฟฟ้า: [ยี่ห้อ] + [ชื่อซีรีส์] + [ชื่อโมเดล] + [ดีไซน์ของสินค้า]
ตัวอย่างชื่อสินค้าหมวดเครื่องใช้ไฟฟ้า: Sennheiser PXC 250 Noise Canceling Headphones

รูปแบบชื่อสินค้าหมวดอาหาร: [ยี่ห้อ] + [ขนาด/รสชาต/สไตล์] + [ปริมาณ (ถ้ามี)]
ตัวอย่างชื่อสินค้าหมวดอาหาร: Native Forest Organic Classic Coconut Milk, 13.5-oz. Cans (Count of 12)
สิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำ
  • พิมพ์ตัวอักษรตัวแรกของแต่ละคำเป็นตัวพิมพ์ใหญ่
  • ไม่ใช้ตัวพิมพ์ใหญ่กับคำเชื่อม (and, or, for) คำนำหน้า (a, an, the) หรือคำบุพบทที่มีตัวอักษรน้อยกว่าห้าตัว (in, on, over, with)
  • ใส่ตัวอักษรให้ครบ 200 ตัว แต่ไม่เกินจากนี้ และใส่คำค้นหา (Keyword) ที่สำคัญไว้
  • ใส่เฉพาะตัวอักษรทั่วไป เนื่องจากอักขระพิเศษหรือสัญลักษณ์ต่างๆ เช่น © จะไม่แสดงผลในชื่อ
  • ไม่ใส่ราคาไว้ในชื่อสินค้า
  • ไม่ใส่ข้อมูลที่เกี่ยวกับตัวคุณหรือบริษัทของคุณ หากคุณเป็นเจ้าของแบรนด์ให้ใส่ชื่อแบรนด์ของคุณในช่อง Brand Name
  • ไม่ใส่ความคิดเห็นส่วนตัวเช่น "Best Seller" หรือ “Hot Item”

2. ภาพสินค้า (Product Image)

รูปภาพสินค้าเป็นเครื่องมือทางการตลาดที่มีค่าที่สุดของคุณ เมื่อลูกค้าเข้ามาดูยังหน้ารายการสินค้าบน Amazon ภาพก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ดึงดูดความสนใจของพวกเขา คุณควรเลือกใช้ภาพสินค้าที่มีความละเอียดสูงและมีคุณภาพเพื่อให้สินค้าของคุณโดดเด่นจากสินค้าอื่นๆ โดย Amazon จะให้ลูกค้าใช้เมาส์ซูมเพื่อภาพดูสินค้าได้สำหรับภาพที่มีด้านที่ยาวมากกว่า 1,001 Pixel ขึ้นไปเพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด

ด้านล่างนี้คือตัวอย่างรายการสินค้าที่มีภาพความละเอียดสูง
ตัวอย่างภาพสินค้าหมวดเครื่องใช้ในบ้าน: Lifetime 60064 Adirondack Chair

ตัวอย่างภาพสินค้าหมวดเด็ก: Petunia Pickle Bottom Downtown Diaper Bag

ตัวอย่างภาพสินค้าหมวดกระเป๋าเดินทาง: Travelpro Inflight 2 Piece Spinner Luggage Set
สิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำ
  • ภาพมีพื้นหลังสีขาวล้วน
  • ความละเอียดภาพขั้นต่ำ 1,000 dpi เพื่อไม่ให้รายละเอียดเลือนหายไปเมื่อลูกค้าขยายภาพของคุณ
  • ภาพต้องแสดงสินค้าทั้งหมด และมีพื้นที่สินค้าอย่างน้อย 80 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ภาพทั้งหมด
  • ภาพต้องแสดงเฉพาะสิ่งที่ลูกค้าจะได้รับ หากรูปภาพของคุณมีองค์ประกอบต่อไปนี้คุณอาจได้รับการแจ้งเตือนเกี่ยวกับคุณภาพรายการสินค้าของคุณ:
    • เส้นขอบลายน้ำ ข้อความ หรือของตกแต่งอื่นๆ
    • พื้นหลังสี
    • ภาพวาดหรือภาพสเก็ตช์ของสินค้า
    • อุปกรณ์เสริมหรือสินค้าเพิ่มเติมที่ไม่รวมอยู่ในข้อเสนอพิเศษ
    • ข้อความส่งเสริมการขายเช่น "SALE" หรือ “Free Shipping”
    • สินค้าหลากหลายสีจากรายการสินค้าเดียวกัน
    • Amazon จะแสดงข้อความ "No Image Available” หากคุณไม่ได้ใส่รูปภาพสำหรับสินค้านั้นๆ

3. หัวข้อคำอธิบายหลักของสินค้า (Key Product Features)

หัวข้อคำอธิบายหลักของสินค้าจะช่วยให้ลูกค้าเข้าใจรายละเอียดในภาพรวมของสินค้า คุณควรใส่รายละเอียดที่สำคัญที่คุณมั่นใจว่าลูกค้าต้องอ่านประโยคเหล่านี้

ด้านล่างนี้คือตัวอย่างหัวข้อคำอธิบายหลักของสินค้าที่ให้ข้อมูลของสินค้าครบถ้วน

สินค้าหมวดความงาม: Vitamin E nourishes and fights visible signs of aging, including vertical lines
สินค้าหมวดรองเท้า: Smooth, suede oxford with contrasting laces and welt stitches
สินค้าหมวดกีฬา: Butyl bladder for best air retention to keep the ball’s shape and stay inflated longer
สิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำ
  • พิมพ์ตัวอักษรตัวแรกของแต่ละคำเป็นตัวพิมพ์ใหญ่
    • ขนาด
    • ช่วงอายุสำหรับผู้ใช้สินค้า
    • ประเทศที่เป็นแหล่งที่มาของสินค้า
    • ข้อมูลการรับประกัน
  • เริ่มหัวข้อย่อยแต่ละหัวข้อด้วยตัวพิมพ์ใหญ่
  • เขียนเป็นวลีและไม่ต้องใส่เครื่องหมายจบประโยคหรือลงท้ายประโยค
  • เขียนตัวเลขทั้งหมดเป็นตัวเลข (ไม่เขียนเป็นคำบรรยาย เช่น เขียน 20 ไม่เขียน Twenty)
  • แยกกลุ่มคำหรือวลีในแต่ละหัวข้อโดยใช้เครื่องหมายอัฒภาค (;)
  • ไม่เขียนหน่วยการวัดแบบย่อ เช่น quart, inch หรือ feet
  • ไม่ใช้เครื่องหมายขีดกลาง (-) เครื่องหมายจุด (.) เครื่องหมายตกใจ (!) หรือเครื่องหมายอื่นๆ
  • ไม่เขียนข้อความคลุมเครือ ให้เขียนคำที่เฉพาะเจาะจงมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ที่ครอบคลุมถึงคุณสมบัติและคุณลักษณะของสินค้า
  • ไม่ใส่ข้อมูลเฉพาะของบริษัท เนื่องจากพื้นที่ส่วนนี้มีไว้สำหรับคุณลักษณะของสินค้าเท่านั้น
  • ไม่ใส่ข้อมูลการส่งเสริมการขายและการกำหนดราคา
  • ไม่ใส่ข้อมูลที่เกี่ยวกับค่าจัดส่งหรือรายละเอียดของบริษัท เนื่องจากนโยบายของ Amazon ไม่ให้ผู้ขายใส่ข้อมูลตนเอง ข้อมูลบริษัท หรือข้อมูลเกี่ยวกับการจัดส่ง

4. คำอธิบายสินค้า (Product Description)

คำอธิบายสินค้าที่ดีจะช่วยให้ลูกค้าสามารถจินตนาการถึงประสบการณ์ในการเป็นเจ้าของสินค้าได้ ให้คุณลองสวมบทบาทเป็นลูกค้าและพิจารณาดูว่าลูกค้าต้องการประสบการณ์แบบไหน เช่น ความรู้สึก การมองเห็น การสัมผัส และคำถามต่างๆ โดยในส่วนนี้คุณสามารถใส่ตัวอักษรได้ไม่เกิน 2,000 ตัวอักษร เพื่อให้คุณดึงความสนใจจากลูกค้าได้อย่างเหมาะสม
สิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำ
  • อธิบายคุณลักษณะของสินค้าที่สำคัญ เช่น ขนาด ลักษณะ และโอกาสในการใช้สินค้า
  • ใส่ขนาดของสินค้า คำแนะนำในการดูแลรักษา และข้อมูลการรับประกันอย่างถูกต้อง
  • ใช้ไวยากรณ์ประโยคและประโยคที่ถูกต้อง
  • ไม่ใส่ข้อมูลดังต่อไปนี้:
    • ชื่อผู้ขาย
    • อีเมลผู้ขาย
    • เว็บไซต์ผู้ขาย
    • ข้อมูลเฉพาะของบริษัท
    • รายละเอียดเกี่ยวกับสินค้าอื่นๆที่คุณขาย
    • ข้อมูลส่งเสริมการขายเช่น "SALE" หรือ “Free Shipping”
คุณวางแผนที่จะขายสินค้ามากกว่า 40 รายการต่อเดือน
39.99 ดอลลาร์/เดือน + ค่าธรรมเนียมการขายอื่นๆ
คุณวางแผนที่จะขายสินค้าน้อยกว่า 40 รายการต่อเดือน
0.99 ดอลลาร์ต่อการขาย + ค่าธรรมเนียมการขายอื่นๆ