7 เคล็ดลับเพื่อเพิ่มยอดการเข้าชมสินค้าในช่วงไตรมาสที่ 4

7 เคล็ดลับเพื่อเพิ่มยอดการเข้าชมสินค้าในช่วงไตรมาสที่ 4
คุณเคยคิดถึงวิธีการที่จะทำให้ลูกค้าซื้อสินค้าของคุณมากขึ้นไหม การโฆษณาบน Amazon เป็นหนึ่งวิธีที่แสนง่ายดายสําหรับคุณในการโปรโมตรายการสินค้า เช่น การใช้ Sponsored Products จะช่วยให้สินค้าของคุณเป็นที่พบเห็นมากขึ้น ซึ่งนั่นเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับธุรกิจของคุณ โดย Sponsored Products คุณจะสามารถโปรโมตสินค้าที่คุณขายได้ด้วยโฆษณาที่กำหนดตามคีย์เวิร์ด ประโยชน์หลักของ Sponsored Products คือคุณจะจ่ายเฉพาะเมื่อมีลูกค้าคลิกโฆษณาของคุณเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม การมุ่งเน้นแต่ต้นทุนขายด้านค่าโฆษณา (ACoS - Advertising Cost of Sales) ที่ต่ำเป็นความเข้าใจผิดครั้งใหญ่ที่ผู้ขายมากมายพบเจอ ผู้ขายดังกล่าวมักจะรู้สึกว่าเขาไม่ได้ใช้ประโยชน์สูงสุดจากการโฆษณาบน Amazon และไม่รู้ว่าปัญหาอยู่ที่จุดใด

เราจึงได้เตรียม 7 เคล็ดลับเพื่อช่วยเพิ่มการเข้าชมสินค้าในไตรมาสที่ 4 ไว้ให้สำหรับคุณ เพื่อช่วยลดความเข้าใจผิดนั้น

1. เพิ่มราคาประมูล (Bid)

โปรโมชันการขายออนไลน์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อเพิ่มประสิทธิภาพราคาเสนอ
โฆษณาจะถูกนำเสนอและจัดอันดับแก่ลูกค้าของ Amazon ตามราคาประมูล (Bid) และความเกี่ยวข้องกับกคำค้นหาของลูกค้า ดังนั้น หมั่นเช็คว่าราคาประมูล (Bid) ของคุณ สามารถแข่งขันได้ เพื่อให้สินค้าของคุณมียอดการเข้าชมมากขึ้น

2. ใช้ Bid +

การโฆษณาออนไลน์ที่ขายดีที่สุดด้วยคุณลักษณะ Bid +
ใช้ฟีเจอร์ Bid + เพื่อเพิ่มโอกาสที่ลูกค้าจะพบเห็นโฆษณาของคุณในการค้นหา โดย Bid+ เป็นฟีเจอร์ของ Sponsored Products ที่ช่วยเพิ่มโอกาสที่โฆษณาของคุณจะปรากฏที่ด้านบนสุดของผลลัพธ์การค้นหา ด้วย Bid+ Amazon จะเพิ่มราคาประมูลเริ่มต้นสําหรับโฆษณาของคุณสูงสุดถึง 50% เมื่อต้องแข่งขันเพื่อตําแหน่งด้านบนสุดในหน้าผลลัพธ์การค้นหา (ในกรณีที่มีสิทธิ์ในการแสดง) ตัวอย่างเช่น หากราคาประมูลเริ่มต้นของคุณคือ 0.50 ดอลลาร์ Bid+ สามารถเพิ่มราคาให้สูงถึง 0.75 ดอลลาร์เพื่อแข่งขันสำหรับตำแหน่งโฆษณาด้านบนสุดของหน้าผลลัพธ์การค้นหา

3. ใช้คีย์เวิร์ดอย่างน้อย 30 คำ

ยอดขายออนไลน์มีประสิทธิภาพมากที่สุดเมื่อใช้คำหลักอย่างน้อย 30 คำ
จัดประเภทคีย์เวิร์ดที่คล้ายกันไว้ในกลุ่มโฆษณาเดียวกัน ซึ่งกําหนดตามประเภทสินค้าที่คล้ายกัน ตัวอย่างเช่น หากคุณขายทั้งสินค้าในร่มและกลางแจ้ง ให้แยกคีย์เวิร์ดลงในกลุ่มโฆษณาสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งสำหรับสินค้าในร่ม อีกกลุ่มหนึ่งสำหรับสินค้ากลางแจ้ง

4. เลือกคีย์เวิร์ดที่มีประสิทธิภาพมาใช้

ค้นหาคีย์เวิร์ดที่มีประสิทธิภาพสูงในแคมเปญอัตโนมัติ (Automatic) และนำคำเหล่านั้นมาใช้ในแคมเปญกำหนดเป้าหมายด้วยตนเอง (Manual) ด้วยราคาประมูล (Bid) ที่เหมาะสม จำไว้ว่าคีย์เวิร์ดเหล่านี้จะไม่ได้มีประสิทธิภาพอยู่เสมอ ดังนั้นให้วิเคราะห์และอัพเดทคีย์เวิร์ดอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้แน่ใจว่าจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หากคุณวางแผนที่จะดำเนินแคมเปญ Sponsored Brand (เดิมคือ Headline Search Ads) ให้ใช้ "คีย์เวิร์ดที่เราแนะนำ" หรือ “Suggested Keyword”ซึ่งจะแสดงให้เห็นเมื่อคุณสร้างแคมเปญ คีย์เวิร์ดแต่ละคำจะถูกติดตามโดยปริมาณการเข้าชมและ แสดงให้เห็นว่าคำนั้นเป็นคำที่ลูกค้าใช้กันทั่วไปหรือไม่ ใช้คีย์เวิร์ดประสิทธิภาพสูงด้วยราคาประมูล (Bid) ที่สูงขึ้นเพื่อรักษาความได้เปรียบทางการแข่งขันกับผู้ลงโฆษณารายอื่นที่ประมูลคีย์เวิร์ดคำเดียวกัน

5. เลือกประเภทคีย์เวิร์ดให้เหมาะสมกับการค้นหาของผู้ซื้อ

โฆษณาของคุณจะปรากฏเมื่อการค้นหาของผู้ซื้อบน Amazon ตรงกับคีย์เวิร์ดในแคมเปญของคุณ โดยประเภทของ Keyword (Keyword Match Type) ประกอบด้วย การจับคู่แบบกว้างๆ (Broad) แบบวลี (Phase) และแบบตรงกัน (Exact) ด้วยการจับคู่แบบตรงกัน (Exact) โฆษณาของคุณจะปรากฏเฉพาะเมื่อมีผู้ค้นหาคีย์เวิร์ดที่ตรงกันของคุณโดยไม่มีคำอื่นๆ ในการค้นหาเลย ด้วยการค้นหาแบบวลี (Phase) โฆษณาของคุณจะปรากฏเมื่อมีผู้ค้นหาคีย์เวิร์ดที่ตรงกันหรือคีย์เวิร์ดที่ตรงกันที่มีคำเพิ่มเติมที่ด้านหน้าหรือด้านหลัง ด้วยการจับคู่แบบกว้างๆ (Broad) คีย์เวิร์ดจะจับคู่กับคำค้นหาของผู้ซื้อไม่ว่าจะเรียงลำดับอย่างไรก็ตาม รวมถึงคำใกล้เคียงกับคีย์เวิร์ดของคุณ (เช่น รูปพหูพจน์หรือที่มาจากรากศัพท์เดียวกัน) การจับคู่แบบกว้างๆ อาจช่วยให้ปริมาณการเข้าชมของคุณสูงขึ้น แต่นั่นไม่ได้หมายถึงอัตราการคลิกและการซื้อที่สูงขึ้น ดังนั้นเลือกคีย์เวิร์ดตามเป้าหมายของคุณและตั้งราคาประมูล (Bid) ที่สอดคล้องกันเพื่อให้แน่ใจว่าคุณจะได้ยอดการเข้าชมและการซื้อสินค้าที่มีประสิทธิภาพ

6. ตรวจสอบรายงานการโฆษณาอยู่เสมอ

การรู้ว่าคีย์เวิร์ดคำไหนที่มีประสิทธิภาพและคำไหนที่ไม่มีประสิทธิภาพเป็นเรื่องสำคัญ ไปที่ Seller Central เพื่อดูรายงานการโฆษณาของคีย์เวิร์ดของคุณเพื่อให้คุณสามารถปรับราคาประมูลได้อย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มการพบเห็นสินค้าของคุณ

7. ใช้ทั้ง Sponsored Products และ Sponsored Brands (เดิมคือ Headline Search Ads) รวมกัน

การใช้การโฆษณาสินค้าพร้อมๆ กันจะช่วยให้สินค้าของคุณปรากฏที่ด้านบนสุดของการค้นหาของผู้ซื้อมากขึ้นเป็นทวีคูณ
ติดตามวิธีการเพิ่มเติมในการเตรียมความพร้อมสำหรับการขายในเทศกาลวันหยุดและรับข่าวสารอัพเดทเพิ่มเติมโดยการกด Like และติดตามเพจ Facebook ของเรา
* Terms and Conditions of the Sponsored Products and Sponsored Brands $50 Promotional Credit.

For Amazon sellers that register for Amazon advertising products (Sponsored Products or Sponsored Brands) through their seller account from April 1st, 2019 through June 30th, 2019, Amazon will automatically apply a promotional credit of $50 to that advertiser's account on the date of registration. Any unused promotional credit will expire after 90 days from the date the promotional credit is applied.
  • Advertisers must maintain an advertising account in good standing with Amazon, subject to the terms of the Amazon Services Business Solutions Agreement.
  • Advertisers must provide a valid payment method to receive the promotional credit.
  • The maximum benefit an Advertiser can receive is $50 in promotional credit.
  • This offer and the promotional credit are non-transferable, not for resale, and not redeemable for cash.
  • This offer is void where prohibited and in the event of fraud, mistake, or any failure to satisfy any terms of the offer.
  • Amazon reserves the right, in its sole discretion, to terminate or modify this offer at any time.
  • Limit one promotional credit per seller account.